About Me

พาขึ้นรถราง The Peak Tram ไป The Peak Tower ชมวิวฮ่องกงที่ Sky Terrace 148


หลังจากเช็คอินโรงแรมย่านจิมซาจุ่ยแล้ว กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เราจึงไปหาของกินก่อน อาหารจานเดียวแถวนี้เริ่มต้นตั้งแต่ 50-150 เหรียญ แบบข้างถนนนะคะไม่ใช่ในร้านหรูๆ จากนั้นเราก็ใช้บริการ MTR สายสีแดงจากสถานีจิมซาจุ่ย (Tsim sha Tsui) ไปลงสถานีเซ็นทรัล (Central) พวกเรามีบัตร Octopus card แล้ว ไปกันเลยค่ะ


เครื่องซื้อตั๋วอัตโนมัติ


เครื่องเล็กเช็คยอดเงิน เครื่องใหญ่เติมเงิน บัตร Octopus card


ใช้บัตรแตะตรงสีส้มเหมือนรถ MRT เมืองไทยค่ะ


บรรยากาศภายใน ทุกคนมองโทรศัพท์มือถือในมือตลอด


บรรยากาศภายใน ทุกคนมองโทรศัพท์มือถือในมือตลอด


มองอะไรไม่เห็นหรอกลูก รถไฟมันมุดใต้ทะเลไปเกาะฮ่องกง
เมื่อถึงสถานีเซ็นทรัล (Central) ให้ออกทางออก J2 เมื่อออกไปแล้วจะเห็นป้ายบอกไป Peak Tram เราก็เลี้ยวขวาตามลูกศรไป เมื่อออกมาเราจะเจอสวนสาธารณะ Chater Gerden




เราสามารถไป The Peak Tram ด้วยรถเมล์สาย 15C ที่สถานีรถเมล์ด้านหน้าสวนสาธารณะนี้ได้และจ่ายด้วยบัตร Octopus card ได้เลยค่ะ หรือจะเรียกแท็กซี่ก็ได้เช่นกัน แต่ถ้าอยากนั่งรถรางก็ตามแอดมินมาค่ะ จากสถานีรถบัสให้ข้ามถนนไปอีกฝั่ง เพื่อเดินไป The Peak terminusใช้เวลาเดินประมาณ 10-15 นาที แต่ที่ยากคือมันเป็นทางลาดสูงขึ้นไป เหมือนเดินขึ้นเขา


ข้ามถนนไม่ยากค่ะ สัญญาณไฟเขียวรูปคน และเสียงรัวถี่ๆ ก็ข้ามได้เลย


ตึกสูงตามลูกศรคือเป้าหมายของเรา


ใกล้ถึงแล้ว เราต้องข้ามถนนไปต่อแถวที่นั่น


ถึงแล้ว ทำเป็นเหนื่อย ทั้งที่พ่ออุ้มมา

เมื่อมาถึง The Peak Tram แล้วให้ข้ามถนนมาอีกฝั่งหนึ่งเพื่อมาเข้าคิว ไม่ว่าจะซื้อตั๋วมาแล้วหรือไม่ก็ตามต้องมาเข้าคิวที่เดียวกันหมดคนเยอะมาก ถามเจ้าหน้าที่แล้วเค้าบอกว่าคนเยอะตลอดไม่ต้องตกใจ ก็นะอยากขึ้นรถรางให้เป็นบุญตูดสักครั้ง อุ๊ย! แมวพิมพ์


เราต้องข้ามถนนไปรอคิวอีกฝั่งหนึ่ง แล้วค่อยข้ามกลับมาขึ้นรถ


คนเยอะมาก แต่มีคนจัดคิวให้ค่ะ เห็นยืนกันมั่วๆ แต่จริงๆ แล้วมีคิวอยู่


เป้าหมายของเราอยู่อีกฝั่งของถนน

เราจะได้รับแจกบัตรคิวข้ามถนน ถ้าไม่มีบัตร ไม่มีสิทธิ จงรอต่อไป เมื่อข้ามถนนไปรอซื้อบัตรขึ้นรถราง แอดมินรีบโชว์ตั๋วที่ซื้อมาจากเมืองไทย จึงได้เข้าทางลัดผ่านซื้อตัวมารอรถรางได้เลย


เมื่อได้บัตรข้ามถนน แสดงว่ารอต่อไปเราได้ไปแน่นอน


บัตรจริงที่ซื้อไปจากเมืองไทย บัตรรวม The Peak Tower + Sky Terrace 148

แต่โอ้แม่จ้าว! เข้ามาแล้วคนรอเพียบ แล้วไม่มีคิวด้วย ยิ่งตอนแย่งขึ้นรถรางด้วยแล้วยิ่งอันตรายสำหรับเด็กและคนชรา ที่มีปัญหาส่วนใหญ่เพราะนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนเพราะเค้าจะไม่สนใจคนอื่นเลย ต้องดูและตัวเอง จนในที่สุดก็ได้ขึ้นไปนั่ง


ด้านในคนรอเยอะมาก ขึ้นไม่ทันให้รอคันใหม่ ประมาณ 5 นาที


เราต้องรอถึง 3 คันกว่าจะได้ขึ้น 


แล้วเราก็ได้ขึ้น กว่าจะได้ขึ้น เบียดกันแทบตาย

เป็นรถรางขึ้นเขาที่ชันมากค่ะ ไม่มีมือจะถ่ายรูปเลยเกาะไว้ตลอดกลัวร่วงจากเก้าอี้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 นาที ระยะทาง 1.4 กิโลเมตร ขึ้นไปจนถึงตัวอาคาร The Peak Tower ทำไมแอดมินถึงรู้สึกว่ามันแป๊บเดียวเองก็ถึงแล้ว ถ้าจะลงก็กลับมาต่อแถวนั่งรถรางกลับไปที่เดิมนะคะ
** ตอนขาขึ้นควรนั่งด้านขวา ขาลงควรนั่งด้านซ้ายจะได้เห็นวิวแบบไม่ต้องชะเง้อ
อาคาร The Peak Tower เป็นอาคารรูปทั่ง หรือรูปครึ่งวงกลมหงาย สูง 7 ชั้น มีสินค้า อาหาร ร้านค้าครบครัน แต่เป้าหมายของเราคือ Sky Terrace 148 ที่อยู่จุดบนสุดของอาคาร ขึ้นบันไดเลื่อนไปแต่ละชั้นเราก็จะเห็นวิวที่สวยขึ้นเรื่อยๆ



จนในที่สุดเราก็มาถึงจุดบนสุดของอาคาร นั่นคือ Sky Terrace 148 จุดชมวิวฮ่องกงบนเขาที่สูงที่สุดของเกาะฮ่องกง มีมุมให้ถ่ายรูปมากมาย และผู้คนก็มากมายเช่นกันค่ะ










หลังจากดื่มด่ำกับวิวทิวทัศน์ ก็ลงมาชมธรรมชาตินอกตัวอาคารกันบ้าง สนุกสนานกันแล้ว แต่รถรางที่จะกลับคนเยอะมาก มีคนแนะนำให้กลับด้วยรถเมล์ แท็กซี่ และวิธีสุดท้ายที่เราเลือกคือ เดินชมวิวถนน Old Peak Road หากใครสนใจที่จะตามรอยแอดมินไปชมธรรมชาติที่อยู่ท่ามกลางความเจริญของเกาะฮ่องกง ก็คลิกที่บล็อคแนะนำด้านล่างนะคะ



Action Family

ใกล้กันนั้นมีอาคาร The Peak Galleria ภายในมีร้านค้ามากมาย ทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ เครื่องดื่ม ของฝากที่ละลึก ชั้นบนมีสนามเด็กเล่นเป็นจุดชมวิวที่ไม่เสียเงิน ฟรีค่ะ และด้านหลังจะเป็นป้ายรถเมล์สาย 15C ที่จะผ่าน Peark Tram Terminus และยังไปถึงท่าเรือ Star Ferry ด้วยค่ะ



Post a Comment

0 Comments